ไฟดับทั้งบ้าน…ต้องทำยังไง?
1. เช็กว่าดับเฉพาะบ้านเรา หรือทั้งซอย
สังเกตบ้านข้างเคียง หรือไฟถนน
ถ้าบ้านอื่นก็ดับ มีโอกาสเป็นไฟฟ้าดับจากการไฟฟ้า (กฟน. โทร 1130 / กฟภ. โทร 1129)
ถ้าดับเฉพาะบ้านเรา ให้ตรวจสอบระบบไฟภายในบ้านต่อ
2. เช็กตู้ควบคุมไฟฟ้า (Consumer Unit)
เปิดตู้ไฟแล้วสังเกตดูว่า สวิตช์ตัวไหนอยู่ในตำแหน่ง OFF หรือตกลงมา
ถ้าเมนเบรกเกอร์ (Main) ตก มักเกิดจาก ใช้ไฟเกินกำลัง หรือ เกิดไฟฟ้าลัดวงจร (ไฟช็อต)
ถ้าเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD / RCCB / RCBO) ตก มักเกิดจาก มีไฟรั่ว ในระบบหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า (สังเกตง่ายๆ มักจะมีปุ่ม TEST)
คำเตือน: อย่าเพิ่งรีบฝืนยกสวิตช์กลับทันที ควรหาสาเหตุและถอดปลั๊กอุปกรณ์สงสัยออกก่อน
3. เช็กและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มเสี่ยง
ลองนึกว่าก่อนไฟดับ เพิ่งเปิดใช้งานอะไร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวไหนอยู่ในจุดที่มีความชื้นสูง ให้ถอดปลั๊กออกก่อน
เช่น:
เครื่องทำน้ำอุ่น / ปั๊มน้ำ / เครื่องซักผ้า (ตัวการไฟรั่วยอดฮิต)
กาต้มน้ำ / แอร์ / เตาไฟฟ้า / เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่งเสียบใหม่
4. เทคนิคหาจุดเสีย: วิธีทดสอบยกเบรกเกอร์อย่างปลอดภัย
หากยกสวิตช์แล้ว ตกทันที หรือยกไม่ขึ้น (ไม่ว่าจะเมนตก หรือ RCD ตก) ห้ามฝืนยกซ้ำหลายๆครั้ง
ให้ใช้วิธีหาจุดเสียดังนี้:
– ปลดเบรกเกอร์ย่อย (MCB) ลงให้หมดทุกตัว
– ดันสวิตช์ตัวหลัก (เมนเบรกเกอร์ หรือ RCD ตัวที่ตก) ขึ้นไปใหม่
– ค่อยๆ ดันเบรกเกอร์ย่อยขึ้นทีละตัว
– สังเกตว่าดันเบรกเกอร์ย่อยตัวไหน แล้วไฟตัดทันที!
นั่นแปลว่า โซนนั้นหรืออุปกรณ์ที่ต่อกับโซนนั้นมีปัญหา (ถ้าระบบตัดที่ RCD แปลว่าโซนนั้นมีไฟรั่ว / ถ้าตัดที่เมน แปลว่าโซนนั้นไฟช็อตหรือใช้ไฟเกิน)
5. ขั้นตอนต่อไปหลังเจอจุดเสีย
เมื่อรู้โซนที่มีปัญหาแล้ว ให้สับเบรกเกอร์ย่อยโซนนั้นลงไว้ก่อน แล้วยกเบรกเกอร์ย่อยโซนอื่นขึ้น เพื่อให้บ้านกลับมามีไฟใช้งานบางส่วนได้
หากถอดปลั๊กอุปกรณ์ในโซนนั้นออกหมดแล้ว แต่ยกขึ้นแล้วยังตัดอยู่ แสดงว่ามีความผิดปกติที่ระบบสายไฟภายในบ้าน ควรรีบเรียกช่างไฟฟ้ามาตรวจสอบทันที!